ฟันผุคืออะไร เกิดจากอะไร รักษาอย่างไรไม่ให้ลุกลาม

ฟันผุเกิดจากอะไร?
ฟันผุไม่ได้เกิดขึ้นแบบฉับพลัน แต่เป็นผลจากกระบวนการสะสมของแบคทีเรียในช่องปากอย่างต่อเนื่อง แบคทีเรียเหล่านี้จะเกาะอยู่บนผิวฟันในรูปของคราบจุลินทรีย์ เมื่อเรารับประทานอาหารที่มีน้ำตาลหรือแป้ง แบคทีเรียจะเปลี่ยนสารอาหารเหล่านั้นให้กลายเป็นกรด ซึ่งกรดนี้เองเป็นตัวการสำคัญที่ทำลายเคลือบฟันทีละน้อย
เมื่อเคลือบฟันเริ่มอ่อนแอ ฟันจะไวต่อการผุได้ง่ายขึ้น หากยังคงมีพฤติกรรมเดิม เช่น แปรงฟันไม่สะอาด รับประทานของหวานบ่อย หรือไม่ใช้ไหมขัดฟัน กรดจะกัดกร่อนลึกลงไปถึงชั้นเนื้อฟันและโพรงประสาทในที่สุด
ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงฟันผุ ได้แก่
- การแปรงฟันไม่ถูกวิธีหรือไม่ทั่วถึง
- คราบจุลินทรีย์สะสมตามซอกฟัน
- การดื่มน้ำหวาน น้ำอัดลมเป็นประจำ
- น้ำลายน้อย ทำให้การชะล้างกรดลดลง
- ไม่เข้ารับการตรวจฟันเป็นประจำ
ฟันผุจึงไม่ใช่เรื่องของความสะอาดอย่างเดียว แต่เป็นผลรวมของพฤติกรรมในชีวิตประจำวันทั้งหมด
หัวข้อที่น่าสนใจ
2. ฟันผุถ้าไม่รักษาจะเกิดอะไรขึ้น?
4. ควรตรวจฟันเป็นประจำเพื่อลดความเสี่ยงฟันผุ
5. วิธีดูแลช่องปาก ลดโอกาสเกิดฟันผุในชีวิตประจำวัน
6. ดูแลเรื่องฟันผุอย่างใส่ใจ เลือกคลินิกทันตกรรมใกล้บ้านที่ไว้ใจได้
อาการของฟันผุในแต่ละระยะ

ฟันผุไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมอาการปวดทันที แต่จะค่อย ๆ พัฒนาเป็นลำดับจากความเสียหายเล็กน้อย ไปจนถึงการทำลายโครงสร้างฟันอย่างรุนแรง การเข้าใจอาการของฟันผุในแต่ละระยะ จะช่วยให้สามารถสังเกตตัวเองและเข้ารับการรักษาได้ทันก่อนปัญหาจะลุกลาม
ระยะแรกของฟันผุ
ฟันผุในระยะแรกมักไม่ก่อให้เกิดอาการเจ็บหรือปวด ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าฟันยังปกติดี อาการที่พบได้ในระยะนี้อาจเป็นเพียง
- จุดสีขาวขุ่นบนผิวฟัน
- จุดสีน้ำตาลอ่อนหรือดำเล็ก ๆ
- ผิวฟันเริ่มไม่เรียบหรือสาก
ระยะนี้เกิดจากการที่เคลือบฟันเริ่มถูกกรดจากแบคทีเรียทำลาย แต่ยังไม่ลึกถึงชั้นเนื้อฟัน หากตรวจพบในช่วงนี้ การรักษาจะง่าย ใช้เวลาไม่นาน และสามารถอุดฟันหรือฟื้นฟูผิวฟันได้โดยเสียเนื้อฟันน้อยมาก ถือเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการรักษาฟันผุ
ระยะกลางของฟันผุ
เมื่อฟันผุเริ่มลึกผ่านชั้นเคลือบฟันเข้าสู่เนื้อฟัน อาการจะเริ่มชัดเจนมากขึ้น ผู้เข้ารับบริการอาจเริ่มมีอาการ
- เสียวฟันเมื่อรับประทานของหวาน เย็น หรือร้อน
- รู้สึกเจ็บจี๊ดเป็นบางครั้ง
- มองเห็นรูฟันหรือรอยผุชัดเจน
ในระยะนี้ ฟันผุสามารถลุกลามได้รวดเร็ว หากยังไม่รักษา แบคทีเรียจะเข้าใกล้โพรงประสาทมากขึ้น ทำให้ความเจ็บปวดเพิ่มขึ้นและการรักษาซับซ้อนกว่าเดิม
ระยะรุนแรงของฟันผุ
ฟันผุระยะรุนแรงคือภาวะที่เชื้อแบคทีเรียลุกลามถึงโพรงประสาทฟันและเนื้อเยื่อรอบ ๆ อาการที่พบบ่อย ได้แก่
- ปวดฟันอย่างรุนแรง ปวดตุบ ๆ หรือปวดต่อเนื่อง
- เหงือกบวม มีหนอง
- ปวดร้าวไปถึงขากรรไกร ใบหน้า หรือศีรษะ
- อ้าปากลำบาก หรือเคี้ยวอาหารไม่ได้ตามปกติ
ระยะนี้มักจำเป็นต้องรักษารากฟัน หรือในบางกรณีอาจไม่สามารถเก็บฟันไว้ได้ ทำให้ต้องถอนฟัน ซึ่งส่งผลต่อการใช้งานฟันในระยะยาว
ฟันผุถ้าไม่รักษาจะเกิดอะไรขึ้น?

การปล่อยฟันผุไว้โดยไม่รักษา ไม่ได้ส่งผลแค่ความเจ็บปวดเฉพาะจุด แต่สามารถลุกลามเป็นปัญหาสุขภาพช่องปากในวงกว้าง หลายคนเลือกอดทนเพราะอาการปวดยังไม่รุนแรง แต่เมื่อฟันผุเข้าสู่ระยะลึก ผลกระทบจะตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ผลเสียจากการไม่รักษาฟันผุ ได้แก่
- ต้องรักษารากฟัน ซึ่งใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าอุดฟันหลายเท่า
- ฟันแตกหรือหักง่าย เนื่องจากโครงสร้างฟันอ่อนแอ
- การสูญเสียฟันแท้ ทำให้ต้องใส่ฟันปลอมหรือรากเทียมในอนาคต
- การเคี้ยวอาหารไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร
- กลิ่นปากเรื้อรังจากการสะสมของแบคทีเรียและเศษอาหาร
ฟันผุจึงไม่ใช่ปัญหาเล็กน้อย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพช่องปากที่ซับซ้อน หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
วิธีรักษาฟันผุในปัจจุบัน

การรักษาฟันผุไม่ได้มีวิธีเดียว แต่จะพิจารณาจากระดับความลึกของฟันผุ สภาพฟันโดยรวม และสุขภาพช่องปากของผู้เข้ารับบริการแต่ละราย ทันตแพทย์จะประเมินอย่างละเอียดก่อนเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสม เพื่อหยุดการลุกลามของฟันผุและรักษาฟันธรรมชาติไว้ให้นานที่สุด
ระดับที่ 1 ฟันผุระยะเริ่มต้น – อุดฟันเพื่อหยุดการลุกลาม
ฟันผุในระยะเริ่มต้นหรือระยะกลาง เป็นช่วงที่ฟันผุยังไม่ลึกถึงโพรงประสาท การรักษาที่เหมาะสมคือการอุดฟัน โดยทันตแพทย์จะนำเนื้อฟันที่ผุออก แล้วอุดด้วยวัสดุที่ช่วยคืนรูปร่างและการใช้งานของฟันให้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด
การอุดฟันในระยะนี้ถือเป็นวิธีรักษาที่คุ้มค่า ใช้เวลาน้อย เจ็บน้อย และช่วยรักษาฟันธรรมชาติไว้ได้ โดยไม่ต้องทำหัตถการที่ซับซ้อน
ระดับที่ 2 ฟันผุลึกถึงโพรงประสาท – รักษารากฟัน
เมื่อฟันผุทะลุถึงโพรงประสาท จะไม่สามารถอุดฟันแบบปกติได้อีกต่อไป เพราะเชื้อแบคทีเรียได้เข้าไปทำลายเนื้อเยื่อภายในฟันแล้ว การรักษาที่เหมาะสมคือการรักษารากฟัน
ขั้นตอนนี้จะเป็นการกำจัดเนื้อเยื่อที่ติดเชื้อ ทำความสะอาดภายในรากฟัน และปิดผนึกเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ หลังรักษารากฟันแล้ว ฟันซี่นั้นมักต้องได้รับการเสริมความแข็งแรงเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยในระยะยาว
ควรเลือก ‘ผ่าฟันคุด’ หรือ ‘ถอนฟันคุด’ ดูจากอะไร?
สิ่งสำคัญที่สุดในการเลือกว่าจะผ่าหรือถอนคือการวินิจฉัยว่า ฟันคุดของคุณมีลักษณะอย่างไร อยู่ในตำแหน่งไหน และมีความเสี่ยงต่อสุขภาพช่องปากหรือไม่ บางคนอาจสามารถถอนฟันคุดได้ง่าย ในขณะที่บางคนจำเป็นต้องผ่าฟันคุดเพื่อป้องกันปัญหาระยะยาว เช่น ฟันล้ม ฟันผุ เหงือกอักเสบ หรือการติดเชื้อซ้ำ ๆ
ดังนั้น การพบทันตแพทย์เพื่อตรวจประเมินและเอกซเรย์ก่อนตัดสินใจ จึงเป็นขั้นตอนที่ช่วยให้เลือกวิธีรักษาฟันคุดได้เหมาะสม ปลอดภัย และลดภาวะแทรกซ้อนในอนาคตมากที่สุด
ระดับที่ 3 ฟันอ่อนแอหลังรักษา – ครอบฟันเพื่อเพิ่มความแข็งแรง
ฟันที่ผ่านการรักษารากฟัน หรือฟันที่สูญเสียเนื้อฟันไปมากจากฟันผุ จะมีความเปราะและแตกหักง่าย การครอบฟันจึงเป็นอีกขั้นตอนสำคัญที่ช่วยปกป้องฟันซี่นั้น
ครอบฟันจะช่วยเสริมความแข็งแรง คืนรูปทรง และเพิ่มอายุการใช้งานของฟัน ทำให้สามารถเคี้ยวอาหารได้ตามปกติ และลดความเสี่ยงฟันแตกในอนาคต
ระดับที่ 4 ฟันผุรุนแรงมาก – ถอนฟัน
ในกรณีที่ฟันผุรุนแรงจนไม่สามารถเก็บฟันธรรมชาติไว้ได้ เช่น โครงสร้างฟันเสียหายมาก หรือมีการติดเชื้อลุกลามไปยังกระดูกขากรรไกร การถอนฟันอาจเป็นทางเลือกสุดท้าย
การถอนฟันมีเป้าหมายเพื่อหยุดการติดเชื้อ ป้องกันผลกระทบต่อฟันซี่ข้างเคียง และลดภาวะแทรกซ้อนในช่องปาก หลังจากถอนฟันแล้ว ทันตแพทย์อาจแนะนำแนวทางการทดแทนฟันในอนาคต เพื่อคงประสิทธิภาพการเคี้ยวและสุขภาพช่องปากโดยรวม
ควรตรวจฟันเป็นประจำเพื่อลดความเสี่ยงฟันผุ

การตรวจฟันเป็นประจำทุก 6 เดือน เป็นหัวใจสำคัญของการป้องกันฟันผุ เพราะฟันผุในระยะเริ่มต้นมักไม่แสดงอาการ การตรวจโดยทันตแพทย์ช่วยให้สามารถพบความผิดปกติได้ก่อนที่จะเกิดอาการเจ็บปวด
นอกจากการตรวจฟันแล้ว การขูดหินปูนยังช่วยกำจัดคราบจุลินทรีย์ที่เป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรีย ลดความเสี่ยงการเกิดฟันผุและโรคเหงือกในระยะยาว การดูแลเชิงป้องกันเช่นนี้ช่วยลดโอกาสต้องรักษาฟันครั้งใหญ่ในอนาคตได้อย่างมาก
วิธีดูแลช่องปาก ลดโอกาสเกิดฟันผุในชีวิตประจำวัน

การป้องกันฟันผุไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเรื่องซับซ้อน แต่สามารถทำได้จากพฤติกรรมเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน หากทำอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงฟันผุได้อย่างมีนัยสำคัญ
แปรงฟันให้ถูกวิธี วันละอย่างน้อย 2 ครั้ง
การแปรงฟันไม่ใช่แค่ความถี่ แต่รวมถึงวิธีการแปรงด้วย ควรแปรงให้ทั่วทุกซี่ โดยเฉพาะบริเวณซอกฟันและแนวเหงือก ซึ่งเป็นจุดที่คราบจุลินทรีย์สะสมได้ง่าย การเลือกแปรงขนนุ่มและยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ จะช่วยปกป้องผิวฟันและลดการสึกกร่อน
ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ แม้จะแปรงฟันแล้ว
ซอกฟันเป็นบริเวณที่แปรงสีฟันเข้าถึงได้ยาก การใช้ไหมขัดฟันจะช่วยกำจัดเศษอาหารและคราบจุลินทรีย์ที่สะสมอยู่ระหว่างฟัน ลดความเสี่ยงฟันผุและปัญหาเหงือกอักเสบในระยะยาว
ลดหวาน ลดจิบ ระวังน้ำตาลแฝง
การบริโภคน้ำตาลและเครื่องดื่มหวานบ่อย ๆ จะเพิ่มความเป็นกรดในช่องปาก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ฟันผุ ควรลดการจิบน้ำหวานระหว่างวัน และระวังน้ำตาลแฝงในขนม เครื่องดื่ม หรืออาหารแปรรูป
ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ ช่วยล้างช่องปากตามธรรมชาติ
น้ำลายมีบทบาทสำคัญในการปรับสมดุลในช่องปาก การดื่มน้ำสะอาดอย่างเพียงพอจะช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำลาย ลดความเป็นกรด และช่วยล้างเศษอาหารออกจากผิวฟัน
ตรวจสุขภาพช่องปากเป็นประจำ อย่ารอให้ปวด
การตรวจฟันอย่างสม่ำเสมอช่วยให้ทันตแพทย์สามารถพบฟันผุในระยะเริ่มต้น ก่อนจะลุกลามจนต้องรักษาที่ซับซ้อน การป้องกันตั้งแต่เนิ่น ๆ มักใช้เวลาน้อยและช่วยรักษาฟันธรรมชาติไว้ได้มากกว่า
แม้ว่าทริคเหล่านี้จะช่วยลดโอกาสเกิดฟันผุได้ดี แต่การดูแลสุขภาพช่องปากยังมีวิธีอื่น ๆ อีก เช่น การเคลือบฟลูออไรด์ การขูดหินปูน หรือการประเมินความเสี่ยงเฉพาะบุคคลโดยทันตแพทย์ ซึ่งจะช่วยวางแผนการดูแลฟันให้เหมาะกับแต่ละคน และช่วยรักษาฟันให้แข็งแรงได้ในระยะยาว
ดูแลเรื่องฟันผุอย่างใส่ใจ เลือกคลินิกทันตกรรมใกล้บ้านที่ไว้ใจได้

สำหรับชาวพันท้ายนรสิงห์ ที่ต้องการดูแลปัญหาฟันผุอย่างต่อเนื่อง การเลือกคลินิกทันตกรรมใกล้บ้านที่เดินทางสะดวกและให้ข้อมูลชัดเจนเป็นสิ่งสำคัญ ไตรสิทธิ์สไมล์เดนทัลคลินิก ให้บริการตรวจและรักษาฟันผุแบบครบวงจร ตั้งแต่การตรวจประเมิน อุดฟัน รักษารากฟัน ไปจนถึงการดูแลระยะยาวสำหรับผู้เข้ารับบริการทุกช่วงวัย คลินิกตั้งอยู่ย่านพันท้ายนรสิงห์ ใกล้ตลาดพรชัย มีที่จอดรถสะดวก และบรรยากาศเป็นกันเอง เหมาะสำหรับการดูแลสุขภาพช่องปากของทั้งครอบครัว
ติดต่อสอบถามหรือนัดหมายได้ที่ ไตรสิทธิ์สไมล์เดนทัลคลินิก
Line: https://lin.ee/EfYALhh
Facebook: https://www.facebook.com/trisitsmiledentalclinic
Instagram: https://www.instagram.com/tsdc.clinic
TikTok: https://www.tiktok.com/@trisitsmile_dentalclinic
Google Maps: https://maps.app.goo.gl/ae9QrVeWKm3Fr4ox5


